| วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 25 ฉบับที่ 547 |
เทคโนโลยีการเกษตร
รันตี วงศ์ตะนาวศรี
สวัสดีค่ะ ลมหนาวที่พัดเข้ามาปีนี้
นำเอาความแห้งแล้งระลอกใหญ่เข้ามาด้วย
หลายที่หลายแห่งต้นข้าวแห้งตายเพราะขาดน้ำ
สร้างความทุกข์ใจให้ชาวบ้านในขณะที่ข้าวราคาดี เพราะมีโครงการของรัฐอุ้มชู
ขอเอาใจช่วยให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้พี่น้องเกษตรกรทั้งหลาย
ผ่านพ้นวิกฤติแห่งลมฟ้าอากาศไปได้
เกษตรกรคนเก่ง แห่งอรัญประเทศ
ลบคำสบประมาท “พืชไม่มีใบ มีลูกได้จริงหรือ”
พาท่านมาที่ บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 4 ตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ
จังหวัดสระแก้ว มาพบกับ คุณดง จันทร์สีทอง เกษตรกรผู้ผลิตแก้วมังกรอินทรีย์
คุณดง เล่าว่า เดิมทีปลูกพริก ผักต่างๆ และพวกพืชไร่ จนเมื่อพี่ชายคือ
คุณพา เกตุการณ์ ได้ชักชวนให้หันมาปลูกแก้วมังกร รู้สึกสนใจ
พอดีกับในช่วงนั้นได้รับการอบรมความรู้ด้านการปลูกแก้วมังกรจาก
อาจารย์กฤษณา โสภี
อาจารย์จากศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว
รวมทั้งมีโอกาสได้ไปดูงานการผลิตแก้วมังกรจากเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง
จึงทำให้มั่นใจว่า แก้วมังกร จะเป็นพืชที่สร้างรายได้
จึงเปลี่ยนจากการปลูกผักและพืชไร่หันมาปลูกแก้วมังกรเป็นหลัก ตั้งแต่ ปี
พ.ศ. 2549
คุณดง เล่าต่อว่า
เมื่อตัดสินใจจะเปลี่ยนมาปลูกแก้วมังกรก็ได้ซื้อต้นพันธุ์มาจากอำเภอกระทุ่ม
แบน จังหวัดสมุทรสาคร สมัยนั้นซื้อมาในราคาต้นละ 10 บาท
ซื้อเสาใยหินมาทำค้างในราคาต้นละ 170 บาท และเปลี่ยนแปลงผักพื้นที่ 1 ไร่
ให้กลายเป็นสวนแก้วมังกรทั้งหมด สวนแก้วมังกรในพื้นที่ 1 ไร่ ของคุณดง
สามารถปลูกแก้วมังกรได้ 180 ต้น หรือ 180 หลัก
“เมื่อตอนที่เราเริ่มต้นปลูกแก้วมังกร เมื่อ ปี 2549
ชาวบ้านบางคนในชุมชนแถวนี้ยังไม่เคยเห็นต้นแก้วมังกรมาก่อน
พอเขามาเห็นเราปลูก หลายคนก็พูดว่าต้นไม้อะไรไม่มีใบ
ปลูกแล้วจะมีลูกได้อย่างไร
ตรงนี้เราก็ไม่ว่าอะไรเขาเพราะเขาไม่รู้แต่เรารู้
และได้ไปดูงานมาแล้วจึงมั่นใจ” คุณดง เล่าความหลังให้ฟัง
โรงเกลือ ตลาดรับผลผลิตส่วนใหญ่
คุณดง บอกว่า ในช่วงเริ่มต้นการปลูกแก้วมังกรได้คาดการณ์ไว้ว่าตลาดโรงเกลือซึ่งอยู่ใกล้ๆ จะเป็นตลาดใหญ่ที่รับซื้อผลผลิตจากสวน
“เป็นอย่างที่เราคิดไว้
ตลาดโรงเกลือเป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตส่วนใหญ่ของเรา
โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้ามาจองผลผลิตก่อนที่เราจะเก็บเกี่ยวถึงสวนเลย
ไม่ต้องไปวางขายเองที่ไหน
พ่อค้าเอาไปขายต่อที่ตลาดโรงเกลือในราคากิโลกรัมละ 40-50 บาท”
เมื่อมีผลผลิตออกมาจำหน่ายแล้ว คุณดง ยังได้รับคำแนะนำจากอาจารย์กฤษณาในเรื่องการผลิตแก้วมังกรในระบบเกษตรอินทรีย์
“อาจารย์กฤษณา เข้ามาแนะนำเรื่องการผลิตแก้วมังกรแบบอินทรีย์
ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ยาก อย่างเช่น การใช้ปุ๋ยอินทรีย์
การไม่ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช แต่การปฏิบัติของเราเองในช่วงแรกๆ
ก็ถือว่ายากอยู่สักหน่อยเพราะเราจะต้องหาปุ๋ยคอกที่ไม่มีสารเคมีเจือปนมาใช้
ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง
ซึ่งต่างจากเดิมที่เราเคยปลูกผักปลูกพืชไร่มาก่อน
แต่ก็พยายามปรับตัวมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติ”
เพิ่มช่องทางการตลาด
คุณดง เล่าให้ฟังว่า เมื่อหันมาทำสวนแก้วมังกรอินทรีย์
ก็มีพ่อค้ารายหนึ่งมาซื้อผลผลิตไปเพื่อตรวจสอบคุณภาพ แล้วพบว่า
ผลผลิตแก้วมังกรของเราผ่านมาตรฐานเป็นผลผลิตอินทรีย์ที่สามารถส่งออกไปขาย
ยังต่างประเทศได้ จึงมีหลายบริษัทที่สนใจติดต่อเข้ามาเพื่อซื้อผลผลิต
“บริษัทจะเข้ามาซื้อผลผลิตจากเราถึงสวน โดยจะคัดแยกเป็น 4 ไซซ์ 4 ขนาด
คือ A B C D ไซซ์ใหญ่ที่สุดคือไซซ์ A ขนาดน้ำหนักลูกละประมาณ 700-800 กรัม
ราคาขายจากสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 25 บาท บริษัทจะซื้อผลผลิตทุกไซซ์
มาซื้อครั้งละ 400-500 กิโลกรัม เพื่อเอาไปส่งออกขายเมืองนอก”
การขายผลผลิตให้กับบริษัทส่งออกแม้ว่าจะได้ราคาดีแต่ก็มีปัญหา โดยคุณดง
บอกว่า เวลาบริษัทเข้ามาซื้อผลผลิตในพื้นที่ เขาต้องการผลผลิตเยอะๆ
แต่เราทำให้ได้ครั้งละแค่ 400-500 กิโลกรัม
ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่บริษัทต้องการ
ตอนนี้จึงเตรียมขยายพื้นที่ปลูกแก้วมังกรออกไปอีก
และอยากชวนให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงหันมาปลูกแก้วมังกรแบบอินทรีย์ด้วย
เพื่อให้จำนวนผลผลิตพอกับความต้องการของบริษัทที่เข้ามารับซื้อ
การปฏิบัติดูแล
สวนแก้วมังกรอินทรีย์
คุณดง เล่าถึงการปฏิบัติดูแลสวนแก้วมังกรอินทรีย์ว่า
ปกติจะเก็บผลผลิตหมดในช่วงเดือนตุลาคม หลังจากนั้นจะตัดแต่งต้น
ตัดกิ่งไม่สมบูรณ์ กิ่งที่มีโรคและแมลงออก แล้วใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยขี้วัว
พอถึงช่วงเดือนมีนาคม แก้วมังกรจะเริ่มออกดอก
ช่วงนี้ให้ใส่ปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด
ผลผลิตจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ประมาณเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
ส่วนการให้น้ำ
ปกติแก้วมังกรจะไม่ต้องให้น้ำนอกจากช่วงฤดูแล้งและช่วงที่ฝนทิ้งช่วงไปนานๆ
ต้องให้น้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
จากวิธีการปฏิบัติดูแลรักษาสวนแก้วมังกรอินทรีย์ของคุณดง
แล้วต้องบอกว่าไม่ยุ่งยาก คุณดง บอกว่า ใช้เพียงแรงงานในครอบครัว 2 คน
ก็พอแล้ว ถ้าเปรียบเทียบกับการปลูกผัก ปลูกพืชไร่อย่างที่เคยทำมา
แก้วมังกรถือว่าเป็นพืชที่ดูแลน้อยแต่ขายได้กำไรมาก
ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทย
บริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว
ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน (ศฝช.)
เป็นหน่วยงานประเภทสถานศึกษาสังกัดกองปฏิบัติการ กรมการศึกษานอกโรงเรียน
กระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันมีศูนย์กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ เช่น
ศฝช.ชุมพร ศฝช.ปัตตานี ศฝช.มุกดาหาร ศฝช.สระแก้ว ศฝช.สุรินทร์ เป็นต้น
ส่วนศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว
ปฏิบัติงานในพื้นที่เป้าหมายชายแดน 3 จังหวัดด้านตะวันออก ได้แก่
จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด
โดยรับผิดชอบการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่เป็นหมู่บ้านชายแดน จำนวน 137
หมู่บ้าน
ศูนย์จะจัดการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพโดยเน้นเกษตรธรรมชาติและอาชีพที่สอด
คล้องกับวิถีชีวิตให้กับประชาชนตามหมู่บ้านชายแดน 3 จังหวัด คือ สระแก้ว
จันทบุรี และตราด จัดการเรียนรู้เกษตรธรรมชาติแบบครบวงจร
เพื่อพัฒนาอาชีพตามโครงการพระราชดำริในเขตจังหวัดสระแก้ว
และได้จัดตั้งแหล่งเรียนรู้ไว้ตามจุดต่างๆ เช่น
แหล่งเรียนรู้การเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนบ้านโสนน้อย ตำบลท่าข้าม
อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
แหล่งเรียนรู้การทำปุ๋ยอัดเม็ดบ้านป่าไร่ใหม่ ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ
จังหวัดสระแก้ว แหล่งเรียนรู้เกษตรผสมผสานซับตารี ตำบลทุ่งขนาน อำเภอสอยดาว
จังหวัดจันทบุรี แหล่งเรียนรู้เกษตรผสมผสานบ้านทับทิมสยาม 01
ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เป็นต้น
งานส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎร เช่น คุณดง จันทร์สีทอง
ก็เป็นงานหนึ่งของศูนย์ และนอกจากนั้น ศฝช. สระแก้ว
ยังเปิดการเรียนการสอนในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 2 สาขาวิชา
คือ วิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สาขางานไฟฟ้ากำลัง
และวิชาเกษตรกรรม สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ สาขางานเกษตรทั่วไป อีกด้วย ปัจจุบัน
ศฝช. สระแก้ว มี คุณประยูร ดังก้อง เป็นผู้อำนวยการ
ขอขอบคุณ ดร. สมคิด ใจตรง ผู้ช่วยคณบดี คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว